:: ข่าว ::

 Navigator : สินเชื่อ บัตรเครดิต | สินเชื่อ | บัตรเครดิต | ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

  บัตรกรุงศรีโชว์ยอดขายปึ้กงัดไม้เด็ดผนึกพันธมิตรดูดลูกค้า  
  บัตรกรุงศรีโชว์ยอดขายปึ้กงัดไม้เด็ดผนึกพันธมิตรดูดลูกค้า  
 

ปัจจุบันนี้ธุรกรรมบัตรเครดิตได้รับความสนใจจากลูกค้าจำนวนมาก สังเกตสถิติตัวเลขที่แต่ละค่ายโชว์ออกมานั้น แต่ละปีมียอดแบบถล่มทลาย ทั้งรายเล็กรายใหญ่ผลงานเข้า ตากรรมการแทบทั้งสิ้น สืบเนื่องจากธุรกรรมประเภทนี้มีความสะดวกแก่ลูกค้านั่นเอง

ขณะเดียวกันกับปัจจัยลบที่เกิดขึ้นในประเทศ โดยเฉพาะเกี่ยวกับการปรับนโยบายของรัฐที่ขยับดอกเบี้ยขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายค่ายต้องออกมารับมือและปรับกลยุทธ์การตลาดของตัวเองกันจ้าละหวั่น เช่นเดียวกับ "บัตรกรุงศรี" แม้จะมีผลกระทบเข้ามาให้กวนใจบ้าง แต่สุดท้ายผลงานก็ยังสามารถเดินหน้าไปอย่างสบายใจ ด้วยฝีมือของ "สุขดี จงมั่นคง" บิ๊กบอสคนนี้ที่สามารถมองการณ์ไกล และในปีนี้ยังคงมีแผนงานอะไรใหม่ๆ ออกมา ลองไปฟังทัศนะผู้บริหารคนนี้ดังประเด็นต่อไปนี้

นายสุขดี จงมั่นคง กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการปี 53 ทางบริษัทได้กำไรหลังหักภาษี 395 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 58% และยอดใช้จ่ายผ่านบัตรทั้งหมดอยู่ที่ 60,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน และมียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 16,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8% ส่วนจำนวนบัตรเครดิตทั้งหมดขณะนี้อยู่ที่ 910,000 ใบ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10% หรือคิดเป็นจำนวนบัตรคือ 103,860 ใบ ซึ่งถ้าเทียบกับภาพรวมการเติบโตจำนวนบัตรเครดิตของตลาดแล้ว บริษัทเติบโตในยอดบัตรใหม่ถึง 13% แต่ทั้งตลาดเติบโตในยอดบัตรใหม่เพียง 5.2% และสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของทางบริษัทขณะนี้อยู่ที่ 1.5% ส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 7%

สำหรับในปี 54 ทางบริษัทตั้งเป้าที่จะเติบโตในภาพรวมอย่างน้อย 10% โดยตั้งเป้าการเติบโตในส่วนของผลกำไรถึง 470 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มเป็น 66,000 ล้านบาท หรือ 10% และตั้งเป้ายอดสินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้น 8% หรือ 17,500 ล้านบาท อีกทั้งยังตั้งเป้าจำนวนบัตรเครดิตทั้งหมดเพิ่มเป็น 1 ล้านใบ โดยเป็นยอดบัตรใหม่ถึง 1 แสนใบ และตั้งเป้าในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ให้ลดลงเหลือ 1.3% ถึงแม้จะมีเรื่องภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีหรือเรื่องการเมืองที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ก็ตาม โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาของปี นี้ทางธนาคารเติบโตไปแล้วในเรื่องของบัตรใหม่จำนวน 30,000 ใบ คาดว่าภายในสิ้นปีจะได้ยอดบัตรใหม่ตามเป้า

นายสุขดี กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้สัดส่วนการใช้จ่ายผ่านบัตรสม่ำเสมอของทางบริษัทอยู่ที่ 70% ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่ม แพลตตินั่ม และยอดรายจ่ายบัตรเครดิตต่อรายปกติอยู่ที่ 6,000 บาท/บัตร/เดือน แต่ถ้าเป็นกลุ่มที่มียอดใช้จ่ายสม่ำเสมอจะอยู่ที่ 10,000 บาท/บัตร/เดือน และยอดอนุมัติบัตรขณะนี้อยู่ที่ 50% ต่อปี ซึ่งก็ใกล้เคียงกับตลาด

สำหรับปัญหาที่เป็นเรื่องน่ากังวลในขณะนี้ก็คือปัญหาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของทางธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งถ้าขึ้นไปอีก 2-3 ครั้ง หรือประมาณ 3.00-3.25% ก็จะทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งขณะนี้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาแล้วถึง 6 ครั้ง จาก 1.25% ไปอยู่ที่ 2.75% ในปัจจุบัน และทางบริษัทก็สามารถนำเหตุผลนี้ไปขอให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ ปรับการขึ้นดอกเบี้ยรายปีบัตรเครดิตได้ แต่ขณะนี้ดอกเบี้ยรายปีของบัตรเครดิตอยู่ที่ 20% ก็ถือว่าอยู่ในสัดส่วนที่สูงอยู่แล้ว และปัญหาเรื่องต้นทุนดอกเบี้ยก็ต้องดูเรื่องอื่นประกอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งปัจจุบันก็ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนักที่ 2-3% แต่ถ้าเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ก็อาจจะกระทบถึงต้นทุนได้ รวมถึงปัญหาการเมือง หรือแม้กระทั่งปัญหาเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งในขณะนี้ก็ยังไม่มีปัญหาอะไร และปัญหาเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อเกิดรายได้ของทางบริษัทก็ยังต่ำอยู่ ซึ่งก็ยังเป็นเรื่องที่สามารถนำมาทดแทนกันได้ในเรื่องของต้นทุนดอกเบี้ยบัตรเครดิต   "การที่จะให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยลอยตัวเรื่องอัตราดอกเบี้ยรายปี ตนคิดว่าก็เป็นเรื่องที่ดี และน่าจะทำให้การแข่งขันเพิ่มมากขึ้น เพราะกลุ่มลูกค้าจะได้รับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าการแข่งขันไม่เกิดขึ้น คนที่จะโดนประชาชนว่าก็จะเป็นทางธนาคารแห่งประเทศไทยที่ต้องรับไป ซึ่งทางบริษัทก็เห็นใจเรื่องนี้" นายสุขดี กล่าว

นายสุขดี กล่าวต่อว่า กลยุทธ์ในปีนี้ที่ทางบริษัทจะใช้ในการแข่งขันจะประกอบด้วย 3 รูปแบบ คือ 1.การมีเครือข่ายบริษัทที่แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยาทั้ง 600 สาขาทั่วประเทศไทย สาขาโฮมโปร 40 สาขาทั่วประเทศไทย เป็นต้น 2.ช่องทางการบริการใหม่ๆ เช่น การเปิดเฟซบุ๊คแฟนเพจของทางบริษัทบัตรกรุงศรี โดยเปิดมาได้เพียงแค่ครึ่งปี มีสมาชิกกว่า 15,000 คน 3.การมีพันธมิตรที่เข้มแข็ง เช่น โฮมโปร เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซน เป็นต้น ซึ่งในปีนี้ก็จะเน้นการสร้างพันธมิตรกับร้านค้าที่เป็นหมวดใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชนเช่นเดิม คือ หมวด กิน ช็อป เที่ยว ขับ น่าจะทำให้ฐานบัตรเครดิตในปีนี้เป็นไปได้ตามเป้า

ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทในปัจจุบันก็มีทั้งในส่วนของบัตรเครดิตโฮมโปรวีซ่า เน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายของลูกค้าที่ต้องการตกแต่งบ้านที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป ปัจจุบันมีฐานบัตรกลุ่มนี้จำนวน 150,000 ใบ บัตรเครดิตกรุงศรี เลดี้ ไทเทเนียม มาสเตอร์การ์ด เป็นบัตรเครดิตน้ำหอมใบแรกของไทย โดยต้องมีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป ปัจจุบันมีฐานบัตรกลุ่มนี้จำนวน 70,000 ใบ บัตรกรุงศรี บิสสิเนส เพรสทีจ มาสเตอร์การ์ด สำหรับกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี ปัจจุบันมีลูกค้าบัตรนี้กว่า 500 บริษัท สุดท้าย บัตรเครดิต กรุงศรีแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ บัตรเงิน ลูกค้าที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป บัตรทอง ลูกค้าที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาท ขึ้นไป บัตรแพลตตินั่ม ลูกค้าที่มีรายได้ตั้งแต่ 70,000 บาทขึ้นไป

บัตรเอ็กซ์คลูซีฟ แบงกิ้งลูกค้าที่มีเงินฝากประจำ 5 ล้านบาทขึ้นไป โดยบัตรทั้ง 4 ประเภท ปัจจุบันมีฐานบัตรจำนวน 700,000 ใบ ส่วนปัญหาการทุจริตในเรื่องบัตรเครดิตก็มีแนวโน้มที่ลดลง เพราะทางชมรมบัตรเครดิตมีคณะกรรมการดูแลในเรื่องการทุจริตเรื่องบัตรเครดิต อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของคณะกรรมการป้องกันการทุจริตคณะกรรมการป้องกันเครดิตบูโร คณะกรรมการพัฒนาความรู้ คณะกรรมการด้านกฎหมายและกฎเกณฑ์ และยังมีการทำระบบ ชิพการ์ด ซึ่งสามารถช่วยลดการทุจริตทางด้านบัตรเครดิตได้เป็นอย่างดี และล่าสุดทางสมาคมบัตรเครดิตก็ได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ราชการในการร่วมมือกันจับกุมผู้กระทำผิดการทุจริตเรื่องบัตรเครดิตได้ที่ จ.เชียงใหม่