:: บทความ ::

 Navigator : สินเชื่อ บัตรเครดิต | สินเชื่อ | บัตรเครดิต


     ความรู้เรื่องบัตรเครดิต เพิ่มเติม

คุณรู้ไหมว่า .... ธนาคารคิดอย่างไรกับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการด้านสินเชื่อ  

  1. ต้องควบคุมและกำหนดวงเงิน เพราะว่า .....
    - เป็นการบริหารและควบคุมด้านสินเชื่อให้เหมาะสมกับขนาดธุรกิจของลูกค้า
    - เป็นการสร้างความมั่นใจว่า ลูกค้าจะสามารถชำระหนี้คืนได้
    - เป็นการคัดเลือกธุรกิจที่ธนาคารเห็นว่าน่าสนใจและมีแนวโน้มที่ดี
  2. จะให้สินเชื่อดีหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะพิจารณาจาก ....
    - ความสำคัญของลูกค้า เช่น เป็นรายเล็ก หรือรายใหญ่ และมีประวัติอย่างไร
    - ลักษณะการประกอบธุรกิจ เช่น เป็นมืออาชีพหรือไม่ หรือมีผลงานที่น่าสนใจหรือไม่
    - สถานภาพของธุรกิจ เช่น มีฐานะมั่นคง มีสินค้าหลากหลาย เป็นผู้นำตลาด
    - ปัจจุบันธนาคาร มีสินเชื่อที่ให้แก่ธุรกิจนั้นๆ มากน้อยเพียงใด
  3. จะให้สินเชื่อซักเท่าไหร่ดี ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีหลักเกณฑ์การกำหนดที่คล้ายๆ กัน เช่น
    - ปริมาณธุรกิจของลูกค้า ได้แก่ ยอดขาย เงื่อนไขการให้หรือได้รับ Credit
    - รายได้ของลุกค้า
    - ทุนของลูกค้า
    - หลักประกันของลูกค้า


แล้ว.... ลูกค้าแบบไหนเนี่ยะ ที่ธนาคารจะให้สินเชื่อ

ก็ต้องแบบนี้ซิ ……..

  1. ต้องมี Character (willing to pay ) หมายถึงมีความตั้งใจจะชำระหนี้ โดยดูจาก
    - มีความรับผิดชอบ responsibility
    - มีความสุจริต honesty
    - มีความตรงต่อเวลา punctuality
    - มีความเสมอต้นเสมอปลาย consistency
  2. ต้องมี Capacity (ability to repay) หมายถึงมีความสามารถชำระหนี้ โดยดูจาก
    - มีรายได้ประจำ income
    - มีความสามารถหารายได้ earning capacity
    - มีหนี้สินที่เหมาะสมกับสถานะ existing debt
    - มีระเบียบในการใช้จ่าย spending pattern
  3. ต้องมี Capital หมายถึง มีเงินทุนส่วนตัวร่วมด้วย
  4. ต้องมี Collateral หมายถึงมีหลักประกันเป็นประกันหนี้
  5. ต้องมี Condition ไม่มากนัก หมายถึงมีปัจจัยที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจไม่มากนัก
  6. ต้องมี Country ที่ดี หมายถึง อยู่ในประเทศ หรือท้องที่ที่มีปัจจัยเสี่ยงน้อย

แล้ว.. มีอะไรบ้างที่จะนำไปเป็นหลักประกันให้กับธนาคารได้บ้างหล่ะ...

มีมากมาย.. ไม่น่าห่วง เช่น

- เงินฝากหรือพันธบัตรหรือกรรมสิทธิ์ใบหุ้น ก็นำไปจดทะเบียนจำนำได้

- บ้าน ที่ดิน โรงงาน เครื่องจักร คอนโดมิเนียม ก็นำไปจดทะเบียนจำนองได้

- สิทธิการรับเงินตามสัญญาว่าจ้างของส่วนราชการ หรือบริษัทขนาดใหญ่ ที่เป็นที่น่าเชื่อถือ ก็สามารถนำไปโอนสิทธิการรับเงินได้

- หรือถ้าตัวเรา เจ๋ง... ยอดเยี่ยม......มีชื่อเสียง ก็ไปค้ำประกันส่วนตัวได้

แล้ว...สินเชื่อที่ว่านี้มันมีอะไรบ้างหล่ะ และเอาไปใช้เพื่ออะไร

มีแค่ 2 ประเภท แต่หลายชนิด ได้แก่

สินเชื่อระยะสั้น ได้แก่

1. Overdraw Limited หรือ O/D ใช้หมุนเวียนในกิจการ

2. เงินกู้ระยะสั้น Short Term Loan หรือ RPN.(Receivable Promise Note) หรือ P/N (Promissory Note) หรือ รับรองตั๋วเงิน ( Bill Except , B/E ) หรือ อาวัลตั๋วเงิน ( Aval ) ใช้เพื่อซื้อวัตถุดิบ หรือ ซื้อสินค้าเพื่อจำหน่าย

3. Letter of Credit , Trust Received ( L/C,T/R ) ใช้เพื่อสั่งซื้อสินค้า หรือสต็อคสินค้า จากต่างประเทศ

4. Packing Credit ( P/C ) ใช้เพื่อผลิตสินค้า เตรียมส่งออกตาม L/C

5. Letter Guarantee ( L/G ) ใช้เพื่อการค้ำประกันต่างๆ ยกเว้นการค้ำประกันเงินกู้

สินเชื่อระยะยาว ได้แก่

1. เงินกู้ระยะยาว Long Term Loan ใช้เพื่อลงทุนหรือขยายกิจการ

2. เงินกู้ BIBF เป็นเงินกู้จากต่างประเทศ นำมาใช้เพื่อการลงทุนหรือขยายกิจการ

3. Standby L/C เป็นการค้ำประกันเงินกู้ที่กู้ยืมจากต่างประเทศ เพื่อนำมาลงทุนหรือขยายกิจการ

4. Letter of Credit , Import Loan ( L/C,I/L ) เพื่อสั่งซื้อเครื่องจักร หรืออุปกรณ์จากต่างประเทศ เพื่อนำมาใช้ในกิจการ


 กิจการของท่าน ประสบปัญหาดังต่อไปนี้หรือไม่

1. มีความล่าช้าของการดำเนินงาน เช่น ความล่าช้าของวัตถุดิบ , การก่อสร้าง การติดตั้งเครื่องจักรล่าช้า เป็นต้น

2. มีปัญหาด้านการผลิต เช่น ราคาวัตถุดิบไม่มีเสถียรภาพ , เครื่องจักรคุณภาพต่ำ , แรงงานสัมพันธ์ เป็นต้น

3. มีปัญหาด้านการตลาด เช่น ราคาสินค้าไม่สามารถแข่งขันได้ , การแข่งขันรุนแรง , คำนวณความต้องการตลาดผิดพลาด เป็นต้น

4. มีปัญหาด้านการเงิน เช่น ภาระดอกเบี้ยจ่ายสูง , ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงผิดปกติ , ลงทุนในสินทรัพย์หมุนเวียนมากเกินไป , ขาดสภาพคล่องทางการเงิน เป็นต้น

5. มีปัญหาด้านการบริหารเสมอ เช่น การวางแผนผิดพลาด , การควบคุมผิดพลาด , การวางแผนผิดพลาด เป็นต้น

สิ่งผิดปกติเหล่านี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนให้เจ้าของกิจการได้ทราบว่า ธุรกิจของท่านอาจประสบปัญหา ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้อง และทันเวลา ทางแก้ไขที่ดีที่สุดคือ ใช้บริการของมืออาชีพผู้มีประสบการณ์ ให้เข้ามาศึกษาถึงสาเหตุ และแนะนำวิธีการแก้ไขที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที ก่อนที่ธุรกิจจะเสียหายอย่างร้ายแรง และต้องปิดกิจการในที่สุด ....

 

ที่มา : www.siamadvisory.com