:: บทความ ::

 Navigator : สินเชื่อ บัตรเครดิต | สินเชื่อ | บัตรเครดิต

  • ตั้งเป้าหมายว่าต้องการซื้อของอะไร ต้องใช้เงินเท่าไร ตั้งเป้าหมายว่าต้องการซื้อของอะไร ต้องใช้เงินเท่าไร
    เปลี่ยนใจไม่กู้แล้วแต่ยังอยากได้บ้าน ได้รถ อยากไปเรียนต่อทำอย่างไร

    อยากได้ก็ต้องวางแผนการเงินให้ดี เพื่อที่จะสะสมเงินได้จำนวนมากพอตามเวลาที่ต้องการ

    ขั้นตอนแรกคือการตั้งเป้าหมายว่าต้องการซื้อของอะไร ต้องใช้เงินเท่าไร และต้องการใช้เมื่อไร เสร็จแล้วก็ค่อยๆ วางแผนย้อนกลับมาว่า จากวันนี้จนถึงวันที่ต้องการใช้เงิน เรามีเวลาเท่าไรที่จะสะสมเงินให้เพียงพอ

    ถ้าหากว่าอยากได้รถคันละ 3.6 แสนบาท ภายในเวลา 3 ปี แปลว่าต้องสะสมเงินปีละ 1.2 แสนบาทหรือเดือนละ 10,000 บาท แผนการเงินของเราคือมีเงินสะสมให้ได้เดือนละ 10,000 บาท เพื่อจะพอซื้อรถในเวลาสามปี

    แต่ถ้าเป็นคนที่มีทุนเดิมอยู่แล้ว คือ มีเงินออมในบัญชีอยู่สองแสนบาท อาจจะแบ่งให้เป็นทุนค่ารถสักครึ่งหนึ่งคือหนึ่งแสนบาทที่เหลือเก็บไว้เป็นเงินฉุกเฉิน ก็แปลว่าภาระการเงินของเราลดไปหนึ่งแสนบาท เหลือ 2.6 แสนบาท

    สมมติว่าไม่มีทุนเดิม ต้องสะสมเงินเดือนละ 10,000 บาท เป็นอย่างน้อยในระยะเวลาสามปี ต้องกลับไปดูสมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายของเราที่ทำเอาไว้เพื่อให้รู้ว่ามีเงินเหลือแต่ละเดือนเท่าไร สามารถแบ่งมาเป็นเงินค่ารถได้เท่าไร และมีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่เราลดได้บ้าง ถ้าหากเงินไม่พอหรือไม่อยากให้กระทบเงินออมส่วนอื่น ก็ต้องหารายได้เพิ่ม ซึ่งก็มีหลายวิธีตามที่ได้กล่าวมาแล้ว

    ถ้าเราปักหมุดที่จะหาเงินเพิ่มให้ได้เดือนละ 10,000 บาท จากผลตอบแทนการลงทุนในตราสารการเงินต่างๆ เพียงอย่างเดียว ก็ต้องคิดกลับมาว่าปัจจุบันมีเงินเท่าไร และต้องได้ผลตอบแทนในอัตราร้อยละเท่าไร เพื่อที่จะให้มีเงิน 3.6 แสนบาทในเวลา 3 ปี

    สมมติว่าเรามีเงินทุนอยู่แล้ว 2.6 แสนบาท และต้องการนำเงินก้อนนี้มาเป็นทุน โดยระหว่างสามปีนี้ไม่ต้องใส่เงินเพิ่มเลย ต้องลงทุนให้ได้อัตราผลตอบแทนปีละประมาณ 12% เป็นเวลา 3 ปี เพื่อที่จะได้ผลตอบแทน 1 แสนบาท มาทบกับเงินต้น 2.6 แสนบาท จากนั้นแล้วก็ต้องมาคิดต่อไปว่า จะหาการลงทุนอะไรที่ให้อัตราผลตอบแทนปีละ 12% ส่วนนี้เป็นส่วนที่ต้องทำการบ้านกันเหนื่อยทีเดียว

    ปัจจุบันมีเครื่องมือและช่องทางการลงทุนมากมาย แต่ละรูปแบบมีความเสี่ยงต่างกันไป การฝากเงินกับธนาคาร หรือซื้อพันธบัตรรัฐบาล อาจจะปลอดภัยคือเงินต้นไม่สูญหาย แต่อัตราผลตอบแทนก็จะต่ำกว่าเมื่อเทียบกับโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารทุน เดี๋ยวนี้มีช่องทางการลงทุนหลายอย่างที่คนทั่วไปที่ไม่ใช่นักการเงินก็สามารถหาความรู้และลงทุนได้ เช่น การใช้กองทุนรวม แต่ก็ยังคงต้องศึกษาและทำความเข้าใจให้ดี

    แต่ถ้าหากคิดสระตะแล้ว ก็ไม่มีทางหาเงินทันตามเวลาที่ต้องการก็ลองหันหน้าไปหาคนรอบตัว เช่น ขอ (ยืม) เงินบิดามารดามาใช้ก่อนได้หรือไม่ เป็นการกู้แบบไม่มีดอกเบี้ยอย่างแท้จริง (อย่าลืมคิดเผื่อตอนใช้คืนด้วย)  หรือยังมีแหล่งเงินให้เปล่าสำหรับเฉพาะเรื่องไป เช่น ถ้ามีเป้าหมายการออมเงินเพื่อการศึกษา ลองหาทุนการศึกษาดูน่าจะเป็นทางเลือกที่สวยงามสำหรับคนที่อยากเรียนหนังสือ

    ท้ายที่สุดเพื่อให้มีเงินใช้ไม่อย่างไม่ขัดสนสิ่งที่ต้องทำตั้งแต่วันนี้คือ การเริ่มออมเงิน และวางแผนการเงิน